คอนกรีตผสมเสร็จเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวงการก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้งานก่อสร้างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดข้อผิดพลาด และได้คอนกรีตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับคอนกรีตผสมเสร็จ อินทรีคอนกรีต (INSEE Concrete)อย่างละเอียด ตั้งแต่คำนิยาม ความแตกต่างจากปูนมอร์ตาร์ ประเภทของคอนกรีต กระบวนการผลิต ไปจนถึงข้อดี 5 ประการที่ทำให้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

ปูนมอร์ตาร์กับคอนกรีต ต่างกันอย่างไร

หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า “ปูน” กับ “คอนกรีต” เพราะมักถูกเรียกรวม ๆ กัน แต่ในทางเทคนิคแล้วทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ปูนมอร์ตาร์ (Mortar) คือส่วนผสมระหว่างปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ มีคุณสมบัติเหนียวและยึดเกาะได้ดี นิยมใช้ในงานก่ออิฐ งานฉาบผนัง งานปั้น หรืองานที่ไม่ต้องรองรับน้ำหนักมากนัก สามารถเลือกใช้ปูนก่อฉาบสำเร็จรูปเพื่อความสะดวกในการทำงาน

คอนกรีต (Concrete) คือส่วนผสมระหว่างปูนซีเมนต์ ทราย น้ำ และหิน การเพิ่มหินเข้าไปทำให้คอนกรีตมีความแข็งแรงทนทานสูงกว่าปูนมอร์ตาร์อย่างมาก ไม่ติดไฟ และรองรับน้ำหนักได้ดี จึงเป็นวัสดุหลักสำหรับงานโครงสร้าง เช่น งานหล่อเสาเข็ม เสา คาน และแผ่นพื้น

ประเภทของคอนกรีต 5 แบบ

คอนกรีตสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักตามลักษณะการใช้งานและคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

1. คอนกรีตล้วน (Plain Concrete)

คอนกรีตล้วนเป็นคอนกรีตพื้นฐานที่ประกอบด้วยส่วนผสมหลักเพียง 4 อย่าง ได้แก่ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย และน้ำ ไม่มีการเสริมเหล็กหรือวัสดุอื่นเพิ่มเติม มีความสามารถในการรับแรงอัดได้ดี แต่รับแรงดึงได้น้อย นิยมใช้ในงานที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก เช่น งานเทพื้นทางเดิน งานเทรองพื้น หรืองานปรับระดับ

2. คอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete)

คอนกรีตเสริมเหล็กเป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุดในงานก่อสร้างโครงสร้าง โดยมีการวางเหล็กเส้นหรือตะแกรงเหล็กไว้ภายในเนื้อคอนกรีต เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับทั้งแรงอัดและแรงดึง เหมาะสำหรับงานเสา คาน พื้น ฐานราก และโครงสร้างอาคารทุกประเภท คอนกรีตเสริมเหล็กช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและปลอดภัยสูง

3. คอนกรีตอัดแรง (Pre-stress Concrete)

คอนกรีตอัดแรงใช้เทคนิคพิเศษในการดึงลวดเหล็กกำลังสูง (Prestressing Strand) ให้ตึงก่อนหรือหลังการเทคอนกรีต ทำให้เกิดแรงอัดภายในเนื้อคอนกรีต ส่งผลให้มีความต้านทานแรงดึงสูงกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดา นิยมใช้ในการผลิตเสาเข็ม แผ่นพื้นสำเร็จรูป คานสะพาน และโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมากในช่วงกว้าง

4. คอนกรีตเบา (Lightweight Concrete)

คอนกรีตเบาได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักน้อยกว่าคอนกรีตทั่วไป โดยใช้มวลรวมเบา (Lightweight Aggregate) แทนหินปกติ หรือใช้เทคนิคการเติมฟองอากาศเข้าไปในเนื้อคอนกรีต ทำให้ลดน้ำหนักของโครงสร้างลงได้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการลดน้ำหนักบรรทุกของอาคาร เช่น ผนังกั้นห้อง หรือชั้นบนของอาคารสูง สามารถใช้ร่วมกับอิฐมวลเบาได้เป็นอย่างดี

5. คอนกรีตหล่อสำเร็จรูป (Precast Concrete)

คอนกรีตหล่อสำเร็จรูปคือชิ้นส่วนคอนกรีตที่ผลิตและขึ้นรูปจากโรงงานจนพร้อมใช้งาน แล้วจึงขนส่งไปติดตั้งที่หน้างาน ตัวอย่างผลิตภัณฑ์คอนกรีตหล่อสำเร็จรูป ได้แก่ แผ่นพื้นสำเร็จรูป ท่อคอนกรีต บ่อพักคอนกรีต และเสารั้ว ข้อดีคือคุณภาพสม่ำเสมอ ติดตั้งรวดเร็ว และลดขั้นตอนการทำงานที่หน้างาน

กระบวนการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ

คอนกรีตผสมเสร็จคือคอนกรีตที่ผ่านการผสมส่วนผสมทั้งหมดมาจากโรงงาน พร้อมจัดส่งไปยังหน้างานก่อสร้างด้วยรถผสมคอนกรีต โดยรูปแบบการผลิตมี 2 แบบ คือการผสมที่โรงงาน (Central-Mixed) และการผสมที่รถผสมคอนกรีต (Transit-Mixed) ซึ่งขั้นตอนการผลิตมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 คัดเลือกและเตรียมวัตถุดิบ

วัตถุดิบหลัก ได้แก่ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ และสารเคมีผสมเพิ่ม (Admixture) ที่ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของคอนกรีต โดยหินและทรายจะจัดเก็บในกองเปิดหรือไซโล ส่วนปูนซีเมนต์ น้ำ และน้ำยาผสมคอนกรีตจะบรรจุในไซโลเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพ

ขั้นตอนที่ 2 ชั่งน้ำหนักและตวงส่วนผสม

ทำการชั่งน้ำหนักวัตถุดิบแต่ละชนิดตามอัตราส่วนที่วิศวกรกำหนดไว้อย่างแม่นยำ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะส่งผลโดยตรงต่อกำลังอัดและคุณภาพของคอนกรีต

ขั้นตอนที่ 3 ผสมคอนกรีต

นำส่วนผสมทั้งหมดเข้าเครื่องผสมคอนกรีต (Mixer) ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยโรงงานผลิตมี 2 รูปแบบ คือโรงงานแบบแนวตั้ง (Vertical Plant) และโรงงานแบบแนวนอน (Horizontal Plant) ทั้งสองแบบให้คุณภาพการผสมที่ดีเท่าเทียมกัน

ขั้นตอนที่ 4 ขนส่งไปยังหน้างาน

เมื่อผสมเสร็จแล้ว คอนกรีตจะถูกบรรจุลงรถผสมคอนกรีต (Mixer Truck) เพื่อขนส่งไปยังหน้างานก่อสร้าง รถผสมจะหมุนถังตลอดเวลาระหว่างการขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้คอนกรีตแยกตัว เมื่อถึงหน้างานก็พร้อมเทใช้งานได้ทันที

ข้อดี 5 ประการของคอนกรีตผสมเสร็จ

การเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จมีข้อดีที่ชัดเจนหลายประการเมื่อเทียบกับการผสมคอนกรีตเองที่หน้างาน

1. คุณภาพมาตรฐานสม่ำเสมอ

การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จมีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตอย่างเข้มงวด มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจได้ว่าคอนกรีตทุกเที่ยวมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ต่างจากการผสมเองซึ่งอัตราส่วนอาจคลาดเคลื่อนได้

2. ประหยัดเวลาก่อสร้าง

การผสมคอนกรีตด้วยแรงงานคนต้องใช้เวลามาก แต่คอนกรีตผสมเสร็จพร้อมเทใช้งานได้ทันทีเมื่อรถมาถึงหน้างาน ช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างลงอย่างมาก ทำให้สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดเวลา

3. ประหยัดแรงงาน

ไม่ต้องจัดจ้างแรงงานสำหรับการผสมคอนกรีต จึงลดจำนวนคนงานที่ต้องใช้ ทำให้สามารถบริหารจัดการกำลังคนไปทำงานส่วนอื่นที่สำคัญกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม

สามารถสั่งคอนกรีตในปริมาณที่พอดีกับพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะสม จึงลดการสูญเสียวัสดุ เมื่อรวมกับการประหยัดแรงงานและเวลา ต้นทุนรวมจึงต่ำกว่าการผสมเอง

5. ประหยัดพื้นที่หน้างาน

การผสมคอนกรีตเองจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับกองวัตถุดิบและเครื่องผสม ซึ่งพื้นที่ก่อสร้างบางแห่งมีจำกัด เช่น ในเมืองหรือซอยแคบ การสั่งคอนกรีตผสมเสร็จจึงเป็นทางออกที่ดี เพราะไม่ต้องจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการผสม

คอนกรีตผสมเสร็จเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านคุณภาพ ความสะดวก และความคุ้มค่า สนใจสั่งซื้อคอนกรีตผสมเสร็จคุณภาพสูง พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้างาน ติดต่อสอบถามได้ทันที

สั่งซื้อและสอบถามราคา

📞 โทร: 081-7359663 💬 Line: atconcrete

จัดส่งทั่วประเทศ รับประกันคุณภาพ